Car Seat เบาะนั่งเด็ก

จะซื้อ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก เราควรทำความเข้าใจ ประเภทของ Car Sear หรือ เบาะนั่งเด็ก ให้เข้าใจ เลือก ให้เหมาะกับ อายุ ขนาด และ น้ำหนัก ของเด็ก

Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก จริงๆ คิดตั้งนานว่าจะใช้คำไหนดีสำหรับ Car Seat ที่คนไทยจะนิยมใช้มากที่สุด ท้ายที่สุดไม่รู้ทำไมตกลงใจกับคำว่า เบาะนั่งเด็ก นั่งคิดถึงเรื่อง รีวิวกันแบบบ้านๆ ไปเมื่อวานนี้ในเรื่อง “อุบัติเหตุในเด็ก รีวิวแบบบ้านๆ “  กับเรื่องที่ สภาวะที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องกำจัดออกไปเพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้น สำหรับ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก ก็ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันหรือลดการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นกับเด็กในขณะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อันคาดไม่ถึง ซึ่งหลักก็คือเขาวิเคราะห์ สภาวะไม่ปลอดภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วตีโจทย์ออกมา สร้างเป็น Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ดังกล่าว

สำหรับบ้านเราอันนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาบังคับให้ใช้เจ้า Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก สำหรับรถยนต์ทุกคันที่มีผู้โดยสารเด็กนั่งไปด้วยหรือป่าว แต่หากเป็นสหรัฐอเมริกา ทั้ง 50 รัฐ มีกฎหมายบังคับใช้กันหมดทุกรัฐ ถึงแม้จะมีความแตกต่างในข้อบังคับอยู่บ้าง สำหรับทางยุโรปเองก็มีกฎหมายบังคับใช้เช่นกัน Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก เลยกลายเป็นสินค้าจำเป็นเข้าไปแล้วสำหรับแถบนั้น อะนะบ้านเราเริ่มคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กบ้างยังหละนี่

สำหรับ เจ้า Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก นั้นวัตถุประสงค์หลักๆ สำหรับการใช้งานก็คือ ยึด หรือ จำกัดขอบเขตการเคลื่อนไหวของเด็ก ไม่ให้ตัวเด็กไถลไปกระทบส่วนต่างๆ ของรถยนต์ ทำหน้าที่ถ่ายเทพลังงานจากการชน (Crash Force) จากตัวเด็กไปที่ตัว Car seat หรือ เบาะนั่งเด็กเอง หรือแม้กระทั่งตัวรถยนต์ก็ตาม (ต้องขออภัยที่มีศัพท์เทคนิค เล็ดรอด โผล่ออกมาเยอะแยะไปหมด) ตัว Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก เองก็จะมีการ์ดข้างลึกๆ เพื่อป้องกันสิ่งของเข้ามากระทบตัวเด็กเช่นกัน มีผลทำให้ช่วยป้องกันหรือลดการบาดเจ็บ อันอาจเกิดขึ้นกับเด็ก ในขณะเกิดอุบัติเหตุอันไม่คาดฝันเกิดขึ้นนั่นเอง

เวลาไปหาซื้อสินค้าอะไรบางอย่าง หากเราไม่รู้เรื่องของตัวสินค้าอยู่บ้างสักนิดเลย มันเหมือนกับการที่เราไร้ทิศทางไร้ขอบเขตุ เช่นกันสำหรับการที่จะซื้อ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก ก็เหมือนกัน โดยเฉพาะ พ่อ แม่ มือใหม่ไม่มีประสบการณ์ยิ่งแล้วใหญ่ดูเป็นเรื่องซีเรียสไปเลย แล้วคนขายหละ? หากเป็นสักแต่ว่าอยากขายแต่ไม่รู้รายละเอียดเลย เราจะสูญป่าวกับการลงทุนไปเลยนะสิ เอาละสิ เอาเป็นว่ามารีวิวให้เห็นแบบกว้างๆ ไว้เป็นแนวทางบ้างจะได้มีข้อมูลไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าง เอาเป็นว่าขอแนะนำปัจจัยในการเลือกซื้อเจ้า Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็กให้เห็นในรูปแบบภาษาบ้านๆ ง่ายๆ มีดังนี้คือ

  • ขนาดของตัวเด็ก (น้ำหนัก ส่วนสูง และ อายุ ) โดยเฉพาะ น้ำหนัก และ ส่วนสูง นี่ถือเป็นตัวหลักๆ เลย เพราะอะไรเหรอ เด็กแต่ละคนโตเร็วไม่เท่ากันนะสิ มันเลยถูกใช้เป็นเกณฑ์มากเสียยิ่งกว่าอายุเด็กเสียอีก
  • ความรู้สึกสะดวกสบายที่เด็กจะได้รับ ขณะใช้งาน
  • ความสะดวกในการใช้งานสำหรับ พ่อ แม่ หรือ ผู้ปกครอง ในการติดตั้ง และ การใช้งาน
  • ความสามารถป้องกันหรือลดการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้น ในขณะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อันไม่พึงประสงค์

ประเภทของ Car Sear หรือ เบาะนั่งเด็ก

พูดถึงประเภทของ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็กกัน ลองๆ ตอบในใจก่อนที่จะติดตามเรื่องต่อ ว่าอะไรเป็นปัจจัยหลักๆ ในการแบ่งประเภทของ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก โดยหลักๆ แล้ว เราแบ่งประเภทของ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็กตาม ขนาด น้ำหนัก ส่วนสูง และ อายุของเด็ก โดยมี 2 มาตรฐานที่นิยมกันคือ แบบสหรัฐอเมริกา และ แบบยุโรป ที่จะเอามาเขียนเล่นๆ ให้อ่านกัน วันนี้จะอ้างอิงแบบสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก (จริงๆ จะไปหาอ่านก็เจอการจัดกลุ่มแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ใต้พื้นฐานเดียวกันทั้งหมด) สำหรับเรื่องที่พล่ามๆ อยู่นี้ก็เขียนอยู่ในเรื่องเรื่อง Types of Car Seats for Children (คลิก Types of Car Seats for Children เพื่อแวะชม) เป็นภาคภาษาอังกฤษแบบ งูๆ ปลาๆ (Broken English) แต่กล้าเขียนถึงแม้รู้ตัวว่าด้อยรื่องเภาษา เพราะถือว่าคนอ่านเข้าใจเป็นหลักๆ ความถูกต้องเชิงภาษาไม่ใช่เรื่องสำคัญ อ้าว! แวะกลับมาเข้าเรือง Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก ดีกว่า โดยทั่วไปเราแบ่ง Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก ออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ด้วยกันคือ เบาะนั่งเด็กสำหรับเด็กอ่อน (Infant Car Seat), เบาะนั่งเด็กแบบเปลี่ยนรูปได้ (Convertible Car Seat), เบาะนั่งเด็กแบบผสม (Combination Car Seat) และ ท้ายสุดคือ เบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริม (Booster Car Seat) มาว่ากันคร่าวๆ ในแต่ละประเภทกันเลย

  1. คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อนเบาะนั่งเด็กสำหรับเด็กอ่อน (Infant Car Seat) เหมาะสำหรับเด็กอ่อน แรกเกิด ถึง 1 ขวบ หรือ 2.30 กก. ถึง 9 กก. สำหรับเด็กนั่งในลักษณะหันหน้าไปทางกระจกหลัง (Rear-Facing) เพื่อส่งเสริมพัฒนาการการที่ หลัง คอ ของเด็ก และถือว่าเป็นท่านั่งในลักษณะที่ปลอดภัยที่สุดสุดสำหรับเด็กอ่อน โดยเบาะจะเป็นตัวช่วยซับพอร์ตด้านหลังของเด็กในขณะเกิดอุบัติเหตุจากการชนในลักษณะซึ่งหน้า ตัวเบาะนั่งสำหรับเด็กเอง จะต้องต้องมีฐานสำหรับติดตั้งบนเบาะของรถยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นข้อดีคือตัวเบาะนั่งสำหรับเด็กเองสามารถติดตั้งหรือถอดออกง่ายดาย สามารถใช้งานได้ในลักษณะ ตะกร้าหิ้วเด็ก (Infant Carrier) หิ้วเด็กไปที่ไหนๆ ได้ตามความต้องการ บางรุ่นยังออกแบบให้ใช้งานได้กับรถเข็นเด็ก (Stroller) เพิ่มความสะดวกสบายในการพาเด็กไปในที่ต่างๆ สำหรับเบาะนั่งสำหรับเด็กอ่อน จะมีสายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด (Five-Point Harness) สำหรับเป็นตัวจำกัดการเคลื่อนไหวหรือยึดตัวเด็กไว้ เพื่อป้องกันหรือลดการบาดเจ็บของเด็กในขณะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
  2. Britax Marathon 70 Convertible Car Seatเบาะนั่งเด็กแบบเปลี่ยนรูปได้ (Convertible Car Seat) เป็น car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กนั่งหันหน้าไปทางกระจกหลัง (Rear-Facing) สำหรับเด็กหนัก 2.30 กก. ถึง 9 กก. หลังจากนั้นเบาะสามารถปรับไปใช้งานในรูปแบบให้เด็กนั่งหันหน้าไปทางด้านหน้าของรถยนต์ (Forward-Facing) สำหรับเด็กช่วงน้ำหนัก 9 กก. ถึง 18 กก. และเช่นกัน เบาะนั่งเด็กแบบเปลี่ยนรูปได้ยังคงใช้ สายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด (Five-Point Harness) สำหรับเป็นตัวจำกัดการเคลื่อนไหวหรือยึดตัวเด็ก เพื่อป้องกันหรือลดการบาดเจ็บของเด็กในขณะเกิดอุบัติเหตุอันไม่พึงประสงค์ ข้อด้อยของ เบาะนั่งเด็กแบบเปลี่ยนรูปได้ ก็คือ มีน้ำหนักมาก ไม่มีฐานแยกต่างหาก จำเป็นจะต้องติดตั้งเข้าไปในรถเลย ไม่สามารถที่จะใช้งานเป็นแบบ ตะกร้าหิ้วเด็กได้
  3. Graco Nautilus-3-in-1 multiuse car seatเบาะนั่งเด็กแบบผสม (Combination Car Seat) ตัวนี้จะถือว่าเป็นตัวที่เรียกกันผิดพลาดบ่อยๆ เป็น เบาะนั่งเด็กแบบเปลี่ยนรูปได้ และ เบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริม สาเหตุก็เพราะเจ้า เบาะนั่งเด็กแบบผสมสามารถใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ เด็กหันหน้าไปด้านหน้าของตัวรถ (Forward-Facing) และยังสามารถใช้เป็น เบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริม เจ้าเบาะนั่งเด็กแบบผสมใช้กับเด็กหนัก 9 กก. ถึง 18 กก. ในลักษณะเด็กนั่งหันหน้าไปทางด้านหน้าของตัวรถ โดยใช้งานร่วมกับสายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด (Five-Point Harness) เพื่อเป็นตัวจำกัดการเคลื่อนไหวหรือยึดเด็กในขณะเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเด็กโตจนถึงขีดจำกัดแล้ว ตัวสายรัดนิรภัยแบบ 5 จุดจะถูกถอดออก และเปลี่ยนไปใช้สายรัดนิรภัยแบบ 3 จุด (หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า Safety belt) ที่ติดมากับรถยนต์ เป็นตัวยึดและจำกัดการเคลื่อนไหวของเด็กแทน สำหรับตัวเบาะเองจะเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นเบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริมแทน
  4. เบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริม มีพนักพิงเบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริม ไม่มีพนักพิงเบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริม (Booster Car Seat) เหมาะสำหรับเด็กหนัก 18 กก. ขึ้นไป วัตถุประสงค์หลักๆ ของการใช้งานคือใช้เสริมความสูงเด็กในขณะนั่งในรถยนต์ ใช้งานร่วมกับสายรัดนิรภัยที่มากับตัวรถ (Safety Belt) ช่วยเสริมทำให้สายรัดนิรภัยรัดตัวเด็กรัดตัวเด็กพาดผ่านไหล่ ซี่โครง ตะโพก และ หน้าตัก ได้อย่างเหมาะสมและแน่นหนา สำหรับตัว เบาะนั่งเด็กแบบเบาะเสริมมีด้วยกัน 2 แบบคือ เบาะนั่งเสริมแบบมีพนักพิง (High-Back Booster) ซึ่งเหมาะกับรถยนต์ที่เบาะหลังไม่มีที่พักพิงศีรษะ และอีกแบบก็คือ เบาะนั่งเสริมแบบไม่มีพนักพิง (Backless Booster) เหมาะใช้กับรถยนต์ที่เบาะหลังมีที่พักพิงศีรษะในตัวอยู่แล้ว

จริงๆ ก็ขอยอมรับกันละว่าการเลือกซื้อ Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก เป็นเรื่องยากมากๆ ในการตัดสินใจ เรื่องของเรื่องก็คือ มันมีความเหลื่อมๆ กันอยู่ในแต่ละประเภท อันนี้เราต้องตัดสินใจให้ดีๆ ว่าเราต้องการใช้ประโยชน์ในการใช้งานในรูปแบบไหน สำหรับตัวเลข อายุ น้ำหนัก ความสูงที่เหมาะเหมาะสม มันเป็นตัวเลขหลักๆ เท่านั้น จะมีเบาะนั่งเด็ก ยี่ห้อดีๆ จะให้สเป็คที่ดีมากกว่านี้ เพื่อประโยชน์เรื่องความปลอดภัยของเด็ก

สำหรับเรื่อง Car Seat หรือ เบาะนั่งเด็ก จริงๆ จะพูดถึง ก็มีเนื้อหาเยอะมากๆ คิดว่าว่างๆ เอ่ยถึงเป็นเรื่องๆ ไปเลยดีกว่า เอาเป็นว่าเรื่องหน้ามารีวิวแบบบ้านๆ เรื่อง ประเภทของสายรัดนิรภัยสำหรับ Car Seat กัน

มีการแสดงความเห็น 1 ครั้งสำหรับ Car Seat เบาะนั่งเด็ก

  1. [...] Car Seat เบาะนั่งเด็ก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักๆ [...]

แสดงความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>