Britax Marathon 70 Convertible Car Seat

เลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก 1 – 4 ขวบ

คาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก 1 ขวบ – 4 ขวบ มีอยู่ 2 ประเภทคือ คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ และ คาร์ซีทแบบผสม ควรเลือกให้เหมาะสมกับ อายุ น้ำหนัก และ ส่วนสูง ของเด็ก

คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก 1 ขวบ ถึง 4 ขวบ หรือ น้ำหนัก 9 กิโลกรัม ถึง 18 กิโลกรัม มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าแบบไหนถึงจะเหมาะกับเด็กเล็กจริงๆ ประเด็นคือ คุณพ่อ หรือ คุณแม่ เริ่มให้ ลูกแรกเกิด หรือ เด็กอ่อน นั่งคาร์ซีทประเภทไหนหละ? ปัญหายากๆ ที่จะตีโจทย์ให้แตกก็คือมันเหลื่อมๆ กันอยู่ในระหว่าง คาร์ซีท แต่ละรุ่นนั่นเอง จริงๆ เรื่องนี้มันมีความสัมพันธ์กับ การเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อนหรือเด็กแรกเกิด อย่างแยกไม่ออกจริงๆ และก็ขอย้ำอีกครั้งว่าการเลือกซื้อคาร์ซีทนั้นมันสัมพันธ์กับ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูงของเด็กครับ

เด็กเล็ก 1 ขวบ ถึง 4 ขวบ เป็นวัยที่สามารถนั่งหันหน้าไปทางด้านหน้าของรถยนต์ได้แล้ว (Forward-Facing Position) อาจจะเป็นเพราะว่ากระดูกมีความแข็งแรงมากพอแล้ว แต่คำแนะนำจากหลายๆ ท่านผู้เชี่ยวชาญก็คือให้เด็กนั่งหันหน้าไปทางกระจกหลังให้นานที่สุด จนกว่าน้ำหนักเด็กจะถึงน้ำหนักสูงสุดของคาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน (Infant Car Seat) ในแต่ละรุ่นกำหนดไว้สำหรับการนั่งแบบหันหลัง เพื่อให้ตัวเบาะเป็นตัวช่วยซับพอร์ท ศีรษะ คอ หลัง ของเด็กอ่อนที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาการให้นานที่สุดนั่นเอง

สำหรับคาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก 1 ขวบ – 4 ขวบ หรือ น้ำหนัก 9 กิโลกรัม ถึง 18 กิโลกรัม นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทคือ คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ (Convertible Car Seat) และ คาร์ซีทแบบผสม (Combination Car Seat) เดี๋ยวเรามาดูถึงรายละเอียดแต่ละประเภทเลยครับ

คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ (Convertible Car Seat)

ภาพ คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้

ภาพ คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้

จริงๆ ก็กล่าวถึง คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ (Convertible Car Seat) ไป 2-3 เรื่องแล้ว ว่ามันเป็นคาร์ซีทที่ออกมาออกแบบสำหรับเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด จนถึงน้ำหนัก 9 กิโลกรัม หรือ อายุ 1 อยู่ในลักษณะหันหลังไปทางกระจกหลังของรถ (Rear-Facing Position Mode) หลังจากนั้นตัวเบาะเองก็สามารถปรับหันเพื่อให้เด็กสามารถนั่งหันหน้าไปทางกระหน้ารถ (Forward Facing Mode) ได้จนเด็กมีน้ำหนักถึง 18 กิโลกรัม หรือ อายุ 4 ขวบ

แต่ คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ในรุนใหม่ๆ มักจะออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้มากกว่า 9 กิโลกรัมสำหรับการนั่งแบบหันหลัง บางรุ่นอาจจะได้ถึง 16 กิโลกรัม เลยทีเดียวก็เพื่อประโยชน์เรื่องการซับพอร์ท ศีรษะ คอ และหลัง ของเด็กอ่อนที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาการ เช่นเดียวกัน คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้รุ่นใหม่ก็มักจะออกแบบมารองรับให้เด็กเล็กนั่งแบบหันหน้าได้มากกว่า 18 กิโลกรัม บางรุ่นอาจจะสูงถึง 30 กิโลกรัม เพื่อให้เด็กได้รับการคุ้มครองด้วยสายรัดนิรภัยสำเด็กแบบ 5 จุดให้นานที่สุด ก่อนที่จะเปลี่ยนไปคาดด้วยเข็มนิรภัยแบบ 3 จุด (Safety belt) ที่ติดมากับตัวรถ เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยของเด็กเล็ก

ลักษณะเด่นๆ ของ คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ ก็คือ จะมีช่อง 2 ช่อง สำหรับสอด เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ หรือ สายของระบบ LATCH เพื่อยึดตัวคาร์ซีทกับรถยนต์ ช่องแรกจะถูกออกแบบมาใช้เมื่อใช้งานตัวคาร์ซีทในรูปแบบให้เด็กอ่อนนั่งหันหลัง และ อีกช่องก็เพื่อใช้กับคาร์ซีทเมือใช้งานในรูปแบบเด็กเล็กนั่งหันหน้า ดังนั้นจะต้องระวังในการใช้งานให้ถูกช่อง

ข้อด้อย แม้ตัว คาร์ซีทแบบเปลี่ยนรูปได้ นี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเด็กอ่อนแรกเกิดไปจนถึงเด็กมีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม หรือ อายุ 4 ก็ตาม แต่หลังจากนี้เด็กจะต้องเปลี่ยนไปนั่งเบาะเสริม (Booster Seat) เพื่อเสริมให้เด็กได้รับการรัดจากเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ได้อย่างเหมาะสม นั่นคือจะต้องซื้อเบาะเสิรมให้เด็กอีกครั้งอยู่ดี

คาร์ซีทแบบผสม (Combination Car Seat)

คาร์ซีทแบบผสม

ภาพ คาร์ซีทแบบผสม

หากคุณพ่อหรือคุณแม่เลือก คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน (Infant Car Seat) ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด เมื่อเด็กอ่อนมีน้ำหนักถึง 9 กิโลกรัม หรือ อายุ 1 ขวบ (หรืออาจจะมากกว่านี้ตามแต่ละรุ่นของคาร์ซีท) ก็ถึงเวลาที่เด็กเล็กจะต้องหันหน้าไปทางด้านหน้า (Forwar-Facing Position) ของรถยนต์แล้ว กรณีนี้คาร์ซีทที่เหมาะสมที่จะแนะนำให้ก็คือ คาร์ซีทแบบผสม (Combination Car Seat) เป็นคาร์ซีทที่ออกแบบมาสาหรับเด็กเล็ก อายุ 1 ขวบ ถึง 4 ขวบ หรือน้ำหนัก 9 กิโลกรัม ถึง 15 กิโลกรัม นั่งแบบหันหน้าไปด้านหน้า (Forward-Facing Position) เพื่อได้รับการรัดจากสายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด (Five-Point Harness) จากจากนั้นก็สามรถปรับเปลี่ยนไปใช้งานในรูปแบบเบาะเสริมทั้งในรูปแบบ เบาะเสริมแบบมีพนักพิงหลัง (High-Back Booster) และ เบาะเสริมแบบไม่มีพนักพิงหลัง (Backless Booster) เพือเสริมตัวเด็กให้สูงขึ้นเพื่อได้รับการรัดจากเข็มนิรภัยแบบ 3 จุด (Safety belt) ของรถยนต์ จนเด็กมีอายุ 8 ขวบ

ทำไมจะต้องเด็กเล็กจะต้องรัดด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด? สาเหตุก็เพราะว่าเข็มขัดนิรภัยจะคาดผ่านรางกายเด็กอ่อนในจุดที่แข็งแรงๆ เช่นไหล่ทั้งสองพาดผ่านหน้าอก ไปคาดผ่านกระดูกเชิงการ หน้าตัก ขณะเกิดอุบัติเหตุจนรถยนต์ต้องหยุดแบบกะทันหัน ตัวเข็มขัดนิรภัยนี้จะเป็นตัวยึดเด็กไว้กับตัวเบาะ ป้องกันไม่ให้เด็กปลิวไปกระแทกส่วนแข็งๆ เช่นด้านหลังของเบาะหน้ารถยนต์  ป้องกันหรือลดการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นกับเด็กเล็กได้

เมื่อไหร่ควรจะใช้งาน คาร์ซีทแบบผสม ในรูป เบาะเสริมแบบมีพนักพิง? หากเบาะหลังของรถยนต์ไม่มีทีพักศีรษะสำหรับเด็ก ก็จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้เบาะเสริมแบบมีพนักพิงหลัง

เมื่อไหร่ควรจะใช้งาน คาร์ซีทแบบผสม ในรูป เบาะเสริมแบบไม่มีพนักพิงหลัง? หากเบาะหลังของรถยนต์มีที่พักศีรษะอยู่แล้ว ก้สามารถใช้คาร์ซีทในรูปแบบ เบาะเสริมแบบไม่มีพนักพิงหลัง ได้เลย

สำหรับท่านผู้อ่านที่ค่อนข้างเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ มีความประสงค์จะแวะชมสินค้าคาร์ซีทจาก amazon.com เพื่อไว้ใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบสินค้า กรุณาคลิก Top Rated Car Seat เพื่อแวะชมสินค้าได้ครับ มีคาร์ซีทยี่ห้อดีๆ แบรนด์ระดับโลก ราไม่แพง ส่วนเรื่องการขนส่ง ภาษีศุลกากร อันนี้ผมไม่เชี่ยวชาญ ลองๆ ศึกษาดูครับ

ขอสรุปว่า ไม่ว่าจะเป็น คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก 1 ขวบ ถึง 4 ขวบ หรือ น้ำหนัก 9 กิโลกรัม ถึง 18 กิโลกรัม หรือไม่ก็ตาม ประเด็นสำคัญก็คือ คาร์ซีทมันเป็นอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยให้กับเด็ก และ ให้ความสะดวกสบายให้กับเด็ก คือประเด็นหลักๆ ในการเลือก การเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กจะมีความสัมพันธ์กับ อายุ น้ำหนัก และ ความสูง ของเด็กๆ เป็นหลักๆ ที่จะต้องใช้ในการพิจารณา

Advertisment

One Response to เลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก 1 – 4 ขวบ

  1. babysmile พูดว่า:

    ถ้าสนใจสั่งซื้อสินค้าจาก amazon ของชิ้นใหญ่ๆแบบนี้จะมีเรื่องภาษีไหมค่ะ แล้วส่วนใหญ่ทาง amazon จะส่งไทยไหมค่ะสำหรับของชิ้นใหญ่ๆแบบนี้ ปกติสั่งเคยแต่สั่งของชิ้นเล็กๆค่ะ ส่วนมากจะเป็นพวกของเล่นเด็ก ของใช้เด็ก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *